DAD เร่งพัฒนาศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ สู่เมืองสะอาด ปราศจากคาร์บอน

ในยุคที่โลกเผชิญกับวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนจึงกลายเป็นประเด็นที่สำคัญสำหรับทุกภาคส่วน หนึ่งในโครงการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างเมืองที่สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมคือโครงการพัฒนาศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ

ภายใต้การบริหารของ ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) หรือ DAD ที่ตั้งเป้าหมายให้เป็นเมืองสีเขียว เน้นลดการปล่อยคาร์บอน และสร้างพื้นที่ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ด้วยการพัฒนาโครงการต่างๆ ที่จะช่วยให้ศูนย์ราชการแห่งนี้กลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคต

ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท

           ดร. นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ ธพส. กล่าวว่า ความตั้งใจและประกาศให้ถือเป็นนโยบายการดำเนินงานของ ธพส. คือการยกระดับศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ให้เป็นเมืองสีเขียวที่ประชาชนสามารถเข้าถึง และมาใช้บริการพื้นที่สาธารณะ ให้เป็นประโยชน์ ทั้งในด้านสังคม และคุณภาพชีวิต ธพส. ต้องการให้ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรฯ เป็นมากกว่าสถานที่ราชการ แต่เป็นเมืองที่สะอาด ปราศจากคาร์บอน โดยมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในหลายด้าน เช่น การใช้พลังงานทดแทน การจัดการขยะและของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ การปลูกต้นไม้และสร้างพื้นที่สีเขียวที่มากถึง 145 ไร่  รวมไปถึงการส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนด้วยระบบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% หรือ EV (Electric Vehicle) ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป้าหมายยกระดับพื้นศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ที่ให้เป็นศูนย์เชื่อมต่อ เปลี่ยนถ่ายการจราจร โดยเชื่อมต่อกับระบบขนส่ง ทั้งรถโดยสารสาธารณะ รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ และต่อเชื่อมมายังสถานีรถ EV Shuttle Bus ที่บริการรับ-ส่ง ผู้มาติดต่อราชการในอาคารต่างๆ ในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อให้เป็นสาธารณะประโยชน์ต่อสังคม  

นอกจากนั้นยังมีอีกหลายโครงการสำคัญที่กำลังดำเนินการอยู่ ได้แก่ การสร้างระบบพลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนอาคารหลักของศูนย์ราชการ ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานจากฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โครงการนี้นอกจากจะเป็นการสนับสนุนการพัฒนาพลังงานสะอาดแล้ว ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวอีกด้วย การติดตั้งจุดชาร์จรถ EV รอบศูนย์ราชการ และที่อาคารจอดรถ D

ด้านการจัดการน้ำและของเสีย ดำเนินการบริหารจัดการน้ำและขยะอย่างยั่งยืน ด้วยการใช้เทคโนโลยีในการบำบัดน้ำเสีย นำน้ำกลับมาใช้ใหม่ และการจัดการขยะและของเสีย เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การคัดแยกขยะเพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องถูกกำจัด และส่งเสริมการรีไซเคิลอย่างจริงจัง

อีกหนึ่งความสำคัญของการพัฒนาโครงการนี้ คือการสร้างพื้นที่สีเขียวภายในศูนย์ราชการ ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ 5 แห่ง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง และการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวเท่ากับเป็นการเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ และลดความร้อนในเขตเมือง ที่สำคัญยังเป็นการสร้างความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ให้ประชาชนและผู้คนที่ทำงานในศูนย์ราชการได้ยกระดับคุณภาพชีวิต ได้สัมผัสถึงความสงบและสดชื่นในแต่ละวันของการทำงาน

การพัฒนาโครงการศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ไม่เพียงแค่เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเป็นการสร้างเมืองที่ยั่งยืน คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนโดยรอบ ความสำเร็จของโครงการนี้จึงนับเป็นตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาเมืองอื่นๆ ทั้งของภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ต้องการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อม

     ในอนาคต ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ จะกลายเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน และจะเป็นเมืองต้นแบบสำคัญให้กับการพัฒนาเมืองในประเทศไทยและอาจขยายไประดับโลก โดยเฉพาะในการส่งเสริมเมืองที่ปราศจากคาร์บอนและสร้างความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

Share this post

Related posts

Leave a Comment